เจอร์เก้น คล็อปป์
เจอร์เก้น คล็อปป์

คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ยิ้มสดชื่นระรื่นหัวใจหลังเห็น “เดอะ เร้ดส์” ฟอร์มโหดในแมตช์บุกถลุง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คล็อปป์ พร้อมยกย่องลูกทีมคือกลุ่มนักเตะชั้นยอดและมีทัศนคติที่ดีแม้จะอยู่ในช่วงฟอร์มบ้าง แต่ก็ไม่ยอมแพ้

คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล เปิดใจสุดปลื้มที่เห็นทัพ “หงส์แดง” โชว์ฟอร์มแกร่งแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง ในแมตช์ไล่ต้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-1 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา

"เจอร์เก้น คล็อปป์
“เจอร์เก้น คล็อปป์

“เดอะ เร้ดส์” ยังคงต้องเจอกับวิกฤตินักเตะเดี้ยงอย่างต่อเนื่องโดยเกมนี้ กุนซือ ต้องใช้งาน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จับคู่กับ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ยืนเป็นเซนเตอร์แบ็ก ส่วนกองหน้า ซาดิโอ มาเน่ ก็ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ต้องใช้งาน ดิว็อค โอริกี้

อย่างไรก็ตามแชมป์เก่ายังคงทำผลงานได้ดี และฟอร์มเริ่มกลับมาแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ครึ่งแรกจะไม่สามารถเจาะตาข่ายเจ้าบ้านได้ แต่ครึ่งหลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จัดการซัด 2 ประตูซึ่งเป็นการยุติฟอร์มฝืดในช่วงที่ผ่านมาได้ซะที ส่วนอีกลูกเป็นของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม

ชัยชนะในแมตช์นี้ส่งให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นไปอยู่ที่ตามมี 40 คะแนนตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 2 แค่แต้มเดียว และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง ซึ่งแค่น้อยกว่า 1 เกมเพียง 4 คะแนนเท่านั้น โดย คล็อปป์ กล่าวว่า “ผมพอใจมากๆ มันเป็นเกมที่สุดยอด และมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก”

“เราควบคุมเกมได้ดีในการสู้กับทีมที่มักจะเน้นการเล่นโยนยาว เราต้องเล่นอย่างอดทนในครึ่งแรก และเราต้องมีการปรับแก้กันพอสมควรในช่วงพักครึ่งในเรื่องของเกมรุก สามประตูที่เราทำได้มันน่าเหลือเชื่อ และผมมีความสุขจริงๆ”

“เรามีการปรับเปลี่ยนในช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วยการถอด มิลี่ (เจมส์ มิลเนอร์) ออก เพราะเขามีอาการเจ็บที่เอ็นกล้ามเนื้อหลังหัวเข่านิดหน่อย เขาบอกว่า -ถ้าคุณถอดผมออกแล้วเรายิงประตูได้ ผมคงดีใจสุดๆ- ซึ่งเราก็ทำได้จริงๆ!”

“เราถูกพูดถึงเยอะมากในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และบางทีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการพูดถึงเราในหลายๆ เรื่องอย่างเหมาะสม มันก็แค่นั่นแหละ ! นี่คือกลุ่มนักเตะที่ยอดเยี่ยม และพวกเขาไม่มีความสุขเมื่อผลงานไม่ดี แต่พวกเขายังคงมีทัศนคติที่เหมาะสมอยู่เสมอ” คล็อปป์ ร่ายยาว

แก้ปัญหาแบบคล็อปป์

"เจอร์เก้น คล็อปป์
“เจอร์เก้น คล็อปป์

เป็นธรรมดาที่พวกเขาทั้งหลายต้องก่ายหน้าผากคิดในช่วงเวลาที่แชมเปี้ยนควานหาชัยชนะไม่พบเลยตลอด 5 เกมติดต่อกันในลีกแถมยิงได้แค่ลูกเดียวเท่านั้น ยังรวมถึงพ่ายแพ้ให้คู่อริตลอดกาลแมนฯยูไนเต็ดกระเด็นตกรอบศึกเอฟเอ คัพรวดเร็ว

ทว่าปัญหาคล้ายกันนี้ใช่ว่าเยอร์เก้น คล็อปป์ไม่เคยเจอมาก่อนโดยย้อนไปสมัยคุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ก็เคยเจอช่วงเวลาที่ย่ำแย่ในครึ่งแรกของซีซั่น 2014/15 ก็ให้หลังเพียง 18 เดือนจากการเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการเก็บได้แค่ 15 แต้มจาก 17 เกมจนรั้งบ๊วยของตารางบุนเดสลีกา  แน่นอนลิเวอร์พูลไม่ได้เลวร้ายเพียงนั้น

หากตอนนั้นคล็อปป์เองก็ต้องรับมือลูกมรสุมต่างๆตั้งแต่อาการบาดเจ็บของมัตส์ ฮุมเมิ่ล ส่วนดาวยิงเบอร์หนึ่งอย่างโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ก็โดนขายออกไปให้บาเยิร์น มิวนิค ตัวที่มาแทนซิโร อิมโมบิเล่ก็ทดแทนไม่ได้ นอกจากนั้นโรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ นายทวารที่เคยวางใจได้ก็ออกลูกผิดพลาดตลอดอีก

ความเป็นคล็อปป์จะคิดแบบนี้ก่อนเสมอว่า’แผนเอ’ต้องทำให้ดีก่อนถึงจะมาคิดแผนบีหรือแผนซี หมายถึงถ้ามันเกิดไม่เวิร์กก็ต้องซ้อมหนักขึ้นกับหาหนทางที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น นั่นเป็นเหตุผลว่าเขาถึงไม่สนใจเสียงรอบข้างคงเลือกใช้สามตัวแนวรุกชุดเดิม

ซาดิโอ มาเน่, โรเบร์โต้ ฟิร์มิโน่และโม ซาล่าห์ได้เป็นตัวจริงติดต่อกัน 4 เกมในช่วงที่ทีมฟอร์มตกเริ่มจากวันเสมอเวสต์บรอมวิชฯมาจนถึงเกมแดงเดือด ครับ 3 แต้มจาก 12 แต้มเต็มในช่วงดังกล่าวถือว่าน่าผิดหวังยิ่งสำหรับทีมที่เพิ่งได้เขย่าโทรฟี่ด้วยการทิ้งอันดับสองกระจุยถึง 18 แต้มเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

"เจอร์เก้น คล็อปป์
“เจอร์เก้น คล็อปป์

“พวกเราเองศึกษาทุกรายละเอียดจากวีดีโอเสมอ เรามาวิเคราะห์กันถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นแต่สิ่งที่พวกเราคุยกันถึงเสมอก็คือมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าปัญหาต้องมา ก็แค่พอมันเกิดแล้วก็มาแก้ไขเท่านั้น”คราเวียทช์กล่าวต่อมา

ความไว้ใจในนักเตะก็เป็นเรื่องสำคัญที่คล็อปป์เชื่อตลอด เขาเองย่อมอยากได้ตัวใหม่เข้ามามากกว่าที่เห็น เขาก็ย้ำเสมอว่า”อำนาจไม่ได้อยู่ที่ผม ไม่เคยมีสิทธิในการได้ใช้เงิน”

หากเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จะออกมาบ่นบ้างก็ตามประสาของแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาดังนั้นเมื่อมีตัวเลือกมีเท่านั้นก็ใช้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ก็จึงเห็นดิว็อค โอรีกีมีชื่อเป็นสิบเอ็ดคนแรกเกมล่าสุดกับเวสต์แฮมรวมถึงเชอร์ดาน ชากิรี่

มาเน่ได้รับบาดเจ็บมาลงไม่ได้ส่วนฟิร์มิโน่ก็ถึงเวลาต้องให้ได้พักบ้าง โปรแกรมยังรออยู่อีกยาวเหยียด ไม่ใช่เตะเกมนี้เป็นเกมสุดท้าย

ก่อนหน้านี้คำถามเรื่องตำแหน่งของติอาโก้ก็ได้รับการแก้ไข จากที่เคยยืนต่ำเป็นหมายเลข 6 ก็ถูกดันขึ้นสูงเป็นเบอร์ 8 โดยให้จินี่ ไวนาดุมถอยลงมาต่ำแทน ผลที่ได้ก็ 6 คะแนนเต็มจากนัดสเปอร์สมาถึงเมื่อวันอาทิตย์กับขุนค้อน

สิ่งนี้มาจากความที่คล็อปป์จะพยายามทำให้”แผนเอ”ดีที่สุดก่อน ถ้าเกมนี้ไม่ได้เกมหน้าก็ลองใหม่ ถ้าเกมหน้าไม่ได้เกมต่อไปก็ต้องลงก่อนรู้สึกว่าดันทุรังไปคงมีแต่พังจึงค่อยหันหยิบ”แผนบี”ขึ้นมา

ประโยคแรกเลยที่กุนซือชาวดอยทช์พูดในคืนที่บุกหักปีกไก่”นี่คือการเกมที่แสดงถึงความเป็นพวกเราออกมาได้ยอดเยี่ยม”

ก่อนเกมมีข่าวว่าฟาบินโญ่บาดเจ็บลงไม่ได้ พอจบครึ่งแรกโฌแอล มาทิปก็เล่นต่อไม่ไหวอีกกลายว่าต้องใช้จอร์แดน เฮนเดอร์สันซึ่งก็ไม่ใช่เซนเตอร์ฯอาชีพจับคู่กับแน็ต ฟิลลิปส์ที่ประสบการณ์ถือว่ายังน้อย

ไม่กี่วันต่อมามาเน่ก็ไม่มีชื่อมาที่ลอนดอน สเตเดี้ยม อย่าว่าแต่เดอะ ค็อปเลย ใครที่ติดตามดูบอลประจำก็ย่อมรู้สึกว่ามันจะเป็นเกมที่ยากแน่สำหรับอาคันตุกะจากเมอร์ซี่ย์ไซด์

ตอนนี้ดูเหมือนว่าแผนเอของสโมสรตราหงส์กลับมาทำงานได้แข็งขันเหมือนเดิมแล้ว บอลเพรสได้, เกมจากด้านข้างก็วูบวาบขึ้น, เกมรุกก็ผลิตประตูได้อีกครั้งซึ่งเมื่อทรงของทีมมันได้ เกมรับก็จะทำงานได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย

“หงส์แดง” กลับมาชนะเป็นนัดที่สองติดต่อกันในลีกหลังบุกไปดับซ่าเจ้าบ้าน เวสต์แฮม  3-1 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหมาคนเดียวสองประตูให้ ลิเวอร์พูล มีเพิ่มเป็น 40 คะแนน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วีกที่ 21 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เวสต์แฮม อันดับ 5 เปิดบ้านรับมือแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ซึ่งรั้งอันดับ 4 คู่นี้เจอกันเมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็น “หงส์แดง” เฉือนเอาชนะไปได้ 2-1 ส่วนฟอร์มล่าสุดของทั้งคู่เมื่อช่วงกลางวีกที่ผ่านมานั้น “ขุนค้อน” ยังร้อนแรงบุกไปตบ คริสตัล พาเลซ 3-2 เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล ที่คืนฟอร์มเก่งบุกไปอัด สเปอร์ส 3-1

นาที 26 “ขุนค้อน” เกือบได้ลุ้นขึ้นนำไปก่อนหลัง แอรอน เครสส์เวลล์ หักเข้ากลางมาให้ ปาโบล ฟอร์นัลส์ ซัดไม่ถึง 15 หลาบอลพุ่งไปแฉลบมิลเนอร์ก่อนจะโดน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โขกสกัดก่อนเข้าประตูหวุดหวิด

จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เวสต์แฮม เสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง “หงส์แดง” เริ่มมีโอกาสมากขึ้น นาที 54 ได้จากจังหวะ ชากิรี่ หยอดเข้าไปในกรอบให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พุ่งโขกแต่บอลไปตรงตัวฟาเบียนสกี้

นาที 57 เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัวคนแรกถอดเอา เจมส์ มิลเนอร์ ออก แล้วส่ง เคอร์ติส โจนส์ ลงเล่นแทน

และเพียงไม่ถึงนาทีที่ โจนส์ อยู่ในสนามก็ทำแอสซิสต์ได้ทันทีหลัง ไหลให้ ซาลาห์ ทางขวาก่อนแต่งบอลเข้าซ้ายแล้วปั่นหนีมือ ฟาเบียนสกี้ เสียบตาข่ายเข้าไปให้ ลิเวอร์พูล บุกมาขึ้นนำเจ้าถิ่น 1-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 14 ในลีกนำดาวซัลโวต่อไป

จากนั้น นาที 68 สกอร์ของ “หงส์แดง” ขยับนำเจ้าบ้านห่างเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับจากหน้าประตูตัวเอง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วางบอลยาวโต้กลับให้ ชากิรี่ ทางซ้ายก่อนสตาร์วัย 29 ปีจะครอสจังหวะเดียวไปหน้าประตูให้ ซาลาห์ โชว์เฟิร์ชทัช อันยอดเยี่ยมด้วยการจับด้วยขวาก่อนจิ้มด้วยซ้ายเบาๆ ข้ามตัว ฟาเบียนสกี้ เข้าไปอย่างเหนือชั้น เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และประตูที่ 15 ในพรีเมียร์ลีก

"เจอร์เก้น คล็อปป์
“เจอร์เก้น คล็อปป์

นาที 84 “หงส์แดง” มานำโด่งเป็น 3-0 จากการเข้าทำอันยอดเยี่ยม โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เล่นชิ่งกับ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน ก่อนที่ฟีร์มีโน่จะไหลเข้ากลางนิ่มๆให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาที 88 เวสต์แฮมมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 บอลจากลูกเตะมุม อารอน เครสส์เวลล์ เปิดโค้งมากลางประตู บอลเลยมาเข้าเท้า เคร็ก ดอว์สัน แปสวนเข้าไปตุงตาข่าย

จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาดับซ่า เวสต์แฮม 3-1 แซงเลสเตอร์ขึ้นอันดับ 3 มี 40 คะแนน ตามหลังอันดับสองอย่าง “ผีแดง” แค่แต้มเดียว และตามจ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า” 4 คะแนนแต่หงส์แข่งมากกว่าหนึ่งเกม ส่วน “ขุนค้อน” หยุดสถิติชนะทุกรายการไว้แค่ 6 นัดติดต่อกัน แพ้เป็นเกมที่ 6 ในลีก มี 35 คะแนนรั้งอันดับ 5 เหมือนเดิม