บาเยิร์น มิวนิก
บาเยิร์น มิวนิค สวมบทฮีโร่นำทีมครองจ้าวสโมสรโลกเป็นสมัยที่ 2

ประวัติบาเยิร์น มิวนิค  สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งประเทศเยอรมัน และเป็นสโมสรที่สามารถครองแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมันได้มากที่สุดซึ่งเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงแต่ภายในประเทศเท่านั้น แต่ บาเยิร์น มิวนิค มีแฟนบอลทั่วโลก สโมสรแห่งนี้ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1900 โดยใช้สนามเหย้าหลักของสโมสรชื่อ อัลลิอันซ์ อารีน่า โดยมีความจุที่นั่งสำหรับแฟนบอลมากถึง 75,000 ที่นั่ง  ซึ่งบาเยิร์น มิวนิค ได้แชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาลแรกที่ลงเล่นจากนั้นก็ต้องเผชิญกับสงครามโลกทำให้ฟุตบอลต้องหยุดเล่น

ยุคของ บุนเดสลีกา เยอรมัน เสือใต้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมากถึง 13 คน ระหว่าง ค.ศ. 1945-1963 จากการลี้ภัยทางสงครามใน ปี ค.ศ. 1947 โดยการกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งทำให้บาเยิร์น มิวนิคประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก โดย โรแบนด์ เอนเดอลอร์ ได้หาเงินทุนมาสนับสนุนทีมเป็นเวลา 4 ปี ด้วยกัน คือ ค.ศ. 1951 ไปจนถึง 1955 และในฤดูกาลถัดไป บาเยิร์นมิวนิคก็คว้าแชมป์ DFB Pokal

ความรุ่งเรืองของบาเยิร์น มิวนิคต่อเนื่องมาจนถึงฤดูกาล 1974 – 1976 ด้วยการประกาศชัยชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก หรือ UCL ในปัจจุบัน โดยเป็นสโมสรทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้ 3 สมัยซ้อนติดต่อกัน และได้แชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 ในยุคของ ออทมาร์ ฮิตซ์เฟลต์  และใน ปี ค.ศ. 2002-2003 บาเยิร์น มิวนิค ก็สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีกาเยอรมัน สมัยที่ 4 ติดต่อกัน

บาเยิร์นมิวนิค กลับมาเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 อีกครั้งในฤดูกาล  2013  เรียกว่าในฤดูกาลนี้ บาเยิร์น นิวนิคสามารถกวาแชมป์ฟุตบอลได้มากถึง 3 รายการในฤดูกาลเดียว หรือ เป็นทีม ทริปเปอร์แชมป์ จากผลงานการคุมทีมของผู้จัดการทีม ยุพ ไฮน์เคิส นายใหญ่ชาวเยอรมัน ที่สามารถเอาชนะเสือเหลือง ดอร์ทมุน ของเจอร์เก้น คล็อปป์ ไปได้ด้วยสกอร์ 3-1

แชมป์ฟุตบอลยุโรปล่าสุด บาเยิร์น มิวนิค ก็สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก สมัยที่ 6 ให้กับสโมสรได้สำเร็จในยุคของโคโรนา ไวรัส 19 ที่ไม่มีแฟนฟุตบอลเข้าร่วมฉลองแชมป์ ด้วยการนำทีมของ ฮันซี ฟลิค ที่เอาชนะปารีส แซงค์ แชร็กแมงได้ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ และฤดูกาล 2019/2020 บาเยิร์น มิวนิค ยังคงมีความแข็งแกร่งด้วยชุดผู้เล่นที่เดิมหรือชุดที่ได้แชมป์ในฤดูกาลก่อนยังคงอยู่และฟอร์มการเล่นในรายการแชมป์เปี้ยน ลีกยังคงยอดเยี่ยม ทำให้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว

บาเยิร์น มิวนิค กวาดแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน กว่า 30 สมัย , เดเอ็ฟเบ-โพคาล 20 สมัย , เดเอ็ฟเอ็ล-ลีกาโพคาล  6 สมัย  , เดเอ็ฟเอ็ล-ซูเพอร์คัพ  8 สมัย , ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก 6 สมัย , ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ , ยูฟ่าคัพ/ยูฟ่ายูโรปาลีก 1 สมัย และ ยูฟ่าซูเปอร์คัพ อีก 1 สมัย

บาเยิร์น มิวนิก
บาเยิร์น มิวนิค สวมบทฮีโร่นำทีมครองจ้าวสโมสรโลกเป็นสมัยที่ 2

จนมาถึงการคว้าแชมป์สโมสรโลกครั้งล่าสุด  เสือใต้ บาเยิร์นมิวนิค สวมบทฮีโร่นำทีมครองจ้าวสโมสรโลกเป็นสมัยที่ 2 หลังเคยทำได้เมื่อปี 2013 เบียดชนะ ติเกรส แชมป์โซนคอนคาเคฟ 1-0 ในการแข่งขันศึกฟุตบอลฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2020 นัดชิงชนะเลิศ

บาเยิร์น มิวนิก
บาเยิร์น มิวนิค สวมบทฮีโร่นำทีมครองจ้าวสโมสรโลกเป็นสมัยที่ 2

ศึกฟุตบอลฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2020 นัดชิงชนะเลิศ คืนวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค แชมป์ทวีปยุโรปและเจ้าของแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2013 รอบก่อนอัด อัล อาห์ลี สบาย แต่ ฮันซี่ ฟลิค เจอปัญหาเมื่อไร้ทั้ง “บัวเต็ง-มุลเลอร์” โดยรายหลังติดเชื้อโควิด-19 กองหน้าใช้ “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้” ซัดคู่แข่ง ติเกรส แชมป์โซนคอนคาเคฟ ของกุนซือ ริคาร์โด้ เฟร์รัตติ ที่พลิกเขี่ย พัลไมรัส เข้าชิงจากสกอร์ของหัวหอกชื่อคุ้นหู “อองเดร ปิแอร์ ฌีญัก” ลงสังหารเกมนี้

เสือใต้ได้โอกาสนาทีที่ 5 โยชัว คิมมิช จ่ายบอลเข้าเขตโทษทางขวาไปที่ เลรอย ซาเน่ ตบต่อเร็วติดแนวรับติเกรส บอลกระเด้งเข้าทาง คิงส์เล่ย์ โกมัน วิ่งมายงตามน้ำแต่โดนไม่ดีบอลเบาเข้ามือนายทวารคู่แข่ง

ทีมดังจังโก้บุกบ้างนาทีที่ 11 อองเดร ปิแอร์ ฌีญัก ลงไปล้วงบอลกระชากมาทางซ้ายของสนาม ตัดสินใจโยนบอลข้ามฟากมาให้ ลุยส์ กีโญเนส ส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ ทว่าบอลเหินข้ามคานออกหลัง

เสือใต้ชวดนำนาทีที่ 18 เลรอย ซาเน่ ได้บอลริมเส้นด้านขวา ผ่านบอลเรียดมากลางสนามระยะ 22 หลา โยชัว คิมมิช รับบอลก่อนแตะมาซัดนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบตาข่ายด้านซ้ายแบบที่ นาอูเอล กุซมัน นายทวารติเกรสได้แต่มอง ทว่า กรรมการมีการเช็ควีเออาร์ ชี้มีจังหวะลูกล้ำหน้าของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่กระโดดหลบวิถีบอลก่อนเข้าประตู

ต่อมานาทีที่ 25 คิงส์เล่ย์ โกมัน ลากบอลลุยมาริมกรอบเขตโทษทางซ้าย ตัดเข้ากลางมาหวดเต็มแรง นาอูเอล กุซมัน มือกาวติเกรสเหินตัวทุบทิ้งป้องกันประตูอย่างสุดยอด

ติเกรสได้ลุ้นนาทีที่ 32 คาร์ลอส ซัลซีโด้ เก็บตกบอลลูกเตะมุมหน้ากรอบเขตโทษ ส่งสั้นไปที่ กีโด้ ปิซาร์โร่ ยิงทันทีแต่น้ำหนักบอลไม่สามารถสรางปัญหาให้นายทวารเสือใต้ได้ ล้มตัวรับสบาย

ถัดมานาทีที่ 34 แซร์จ นาบรี้ เล่นลูกเตะมุมทางซ้ายเร็วมาให้ เลรอย ซาเน่ ซัดในเขตโทษบอลลอยเช็ดคานบนออกไปแบบมีหวังเป็นสกอร์ของทัพเสือใต้ จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

เสือใต้เฮลั่นนาทีที่ 59 โยชัว คิมมิช หยอดบอลกลางสนามระยะ 25 หลาทางขวา บอลลอยมาในเขตโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โฉบมาแย่งโหม่งกับนายทวารติเกรส บอลกระฉอกมาหา เบนฌาแม็ง ปาวาร์ ตามยิงซ้ำโล่งโจ้งเข้าไป เชิ้ตดำเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ทว่าฟังสัญญาณวีเออาร์และกลับคำตัดสินให้เป็นประตูแก่ บาเยิร์นมิวนิค นำ 1-0

บาเยิร์น มิวนิก
บาเยิร์น มิวนิค สวมบทฮีโร่นำทีมครองจ้าวสโมสรโลกเป็นสมัยที่ 2

แชมป์ยุโรปเกือบทิ้งห่างนาทีที่ 81 โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ลองซัดไกลนอกกรอบเขตโทษ ความแรงของบอลทำให้นายทวารคู่แข่งต้องปัด ก่อนบอลพุ่งชนเสาด้านซ้ายอย่างจังกรอดอนออกมา

พี่เสือหวิดมีดวงนาทีที่ 84 ดาวิด อลาบา วางบอลโด่งมาในเขตโทษ คาร์ลอส ซัลซีโด้ แนวรับตัวเก๋าติเกรสไม่รู้กันกับนายทวารเพื่อนร่วมทีม เจ้าตัวโหม่งคืนหลังเกือบพลาดทำบอลกลิ้งเข้าประตูตัวเอง ยังดีที่ นาอูเอล กุซมัน นายด่านของทีมวิ่งตามมาเก็บบอลได้ทัน

จบเกม บาเยิร์นมิวนิค เชือดชนะ ติเกรส 1-0 ครองจ้าวสโมสรโลกเป็นสมัยที่ 2 หลังเคยทำได้เมื่อปี 2013 ส่วนเกมนัดชิงที่สาม อัล อาห์ลี ชนะดวลจุดโทษ พัลไมรัส 3-2 หลังเสมอใน 90 นาที 0-0