แมดดิสัน
แมดดิสัน เลสเตอร์

หากจะพูดถึงสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่าแฟนลูกหนังหลายคนคงนึกถึงชื่อของ เจมี่ วาร์ดี้ สุดยอดดาวยิงเลือดผู้ดีเป็นอันดับแรกผู้เป็นตัวความหวังของทีมมาตลอดหลายปี

 แมดดิสัน

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงนักเตะที่พัฒนาฝีเท้าจากนักเตะโนเนมขึ้นมาเป็นสุดยอดมิดฟิลด์เบอร์ต้นๆของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คงตัดชื่อของ เจมส์ แมดดิสัน ออกไปไม่ได้ โดยนับตั้งแต่ที่เขาย้ายจาก นอริช ซิตี้ มาอยู่กับ เลสเตอร์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2018 ในฐานะแข้งดาวรุ่งเจ้าตัวก็สามารถสถาปนาตัวเองขึ้นมากลายเป็นกำลังสำคัญของทัพ “จิ้งจอก” ได้ในทีมชุดปัจจุบันนี้ พร้อมเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการพาทีมเกาะกลุ่มหัวตารางของศึกพรีเมียร์ลีก อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเข้มข้น

ดาวเตะวัย 24 ปี เป็นผลิตผลจากอะคาเดมี่ของ โคเวนทรี ซิตี้ ก่อนจะบ่มเพาะฝีเท้าบนฟลอร์หญ้าตั้งแต่เด็กจนกระทั่งได้รับการผลักดันขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ในปี 2014 และได้เซ็นสัญญาอาชีพ แต่โชคร้ายมีอาการบาดเจ็บแผ่นหลังมาสกัดดาวรุ่งทำให้แทบไม่ได้ลงสนามมากนัก แต่ถึงกระนั้นฟ้าโชคชะตาก็ไม่ได้เล่นตลกกับเขาซะทีเดียว เมื่อ นอริช ซิตี้ เห็นแววปลุกปั้นต่อไปได้จึงดึงตัวมาเซ็นสัญญาเมื่อปี 2016

แมดดิสัน

แต่ถึงกระนั้นเส้นทางของเขากับทีม “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ก็มีอุปสรรคเกิดขึ้นเมื่อเขาถูกส่งตัวไปให้กับ อเบอร์ดีน ทีมจากลีกสกอตแลนด์ ยืมตัวไปใช้งาน และเพาะบ่มประสบการณ์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับมาอยู่กับทีมในฤดูกาล 2017/18 พร้อมกับพิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นจอมทัพของทีม ในฐานะกองกลางตัวรุก เขาสามารถยิงได้ถึง 14 ประตู บวกกับ 8 แอสซิสต์ ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นผลงานที่สุดยอดอย่างมาก

จนซัมเมอร์ปี 2018 เลสเตอร์ ประกาศเซ็นสัญญาพา เจมส์แมดดิสัน มาวาดลวดลายที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัวเพียง 20 ล้านปอนด์ เท่านั้น ก่อนที่สุดท้ายเขาจะตอบแทนเม็ดเงินได้เกินราคาที่เสียไปเมื่อเจ้าตัวทำประตูได้ต่อเนื่อง ประสานงานกับแดนหน้าได้ลงตัวแถมมีทีเด็ดจากลูกเซตพีซสร้างความได้เปรียบให้ทีม จนกลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว

แมดดิสัน

แม้ เจมส์แมดดิสัน จะเป็นแข้งที่ยิงประตูได้ไม่เยอะแต่การเชื่อมเกมที่ไร้รอยต่อก็ทำให้ดาวเตะชาวอังกฤษเชื้อสายไอริช ได้รับโอกาสสำคัญกับทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกในยุคของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องการเรียกนักเตะดาวรุ่งมาร่วมเล่นทีมชาติกับนักเตะตัวเก๋า

แมดดิสัน เป็นนักเตะที่โดดเด่นเรื่องเทคนิค ทักษะ สายตาที่มองการณ์ไกล การเซ็ตเกมอยู่ในระดับเวิลด์คลาส แม้ตอนอยู่กับสโมสรเขาจะอยู่ตำแหน่งแดนกลางแต่เขาสามารถเรียนรู้การเล่นด้านอื่นๆเพิ่มเติมได้อีก” เซาธ์เกต เคยกล่าวชื่นชม แมดดิสัน

แมดดิสัน

แน่นอนว่าจากฟอร์มยอดเยี่ยมดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นนักเตะเนื้อหอมเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา โดยตกเป็นข่าวเขื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแล้ว ซึ่งหากเจ้าตัวยังสามารถรักษาฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้เขากลายเป็นแข้งที่สามารถทำกำไรให้กับสโมสรมหาศาลเช่นเดียวกับที่อดีตแข้งดังที่ปล่อยให้ทีมยักษ์ใหญ่มาแล้วนักต่อนัก อาทิ ริยาด มาห์เรซ, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ หรือ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

จิ้งจอกสยามขยายสัญญาเพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งเพิ่มออกไปอีก 4 ปี เลสเตอร์ ซิตี้ แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร เรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่ให้กับ แมดดิสัน ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ในปี 2024 กองกลางชาวอังกฤษย้ายจาก นอริช ซิตี้ มาร่วมทัพจิ้งจอกสยามเมื่อปี 2018

ก่อนพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นเพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งแห่งถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม และตกเป็นข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจคว้าตัวไปเสริมทัพด้วยกระทั่งล่าสุดดาวเตะวัย 23 ปี ซึ่งเหลือสัญญาฉบับเดิมกับเลสเตอร์จนถึงปี 2023 ตัดสินใจเซ็นสัญญาฉบับใหม่เพื่ออยู่ค้าแข้งกับต้นสังกัดเพิ่มไปจนถึงปี 2024 พร้อมได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นประมาณ 110,000 สัปดาห์อีกด้วย

สำหรับ เจมส์แมดดิสัน ลงเล่นให้เลสเตอร์ไปทั้งหมด 76 นัด ยิงได้ 16 ประตู ทว่าการประสบปัญหาบาดเจ็บจนพลาดช่วยเลสเตอร์ใน 6 เกมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมแพ้ไปถึง 3 เกม และพลาดโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างน่าเสียดาย

เจมส์แมดดิสัน
เจมส์แมดดิสัน เลสเตอร์