โยฮัน ครัฟฟฟ์
โยฮัน ครัฟฟฟ์ ตำนานนักเตะ

โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานนักเตะชาวดัตช์ ผู้เล่นบอลข้างถนนสู่ผู้วางรากฐานให้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คืนชีพ และ ตำนานเสื้อหมายเลข 14 ของ โยฮัน ครัฟฟ์

โยฮัน ครัฟฟ์ สร้างชื่อในฐานะนักเตะอาชีพกับสโมสรอาแจ็กซ์ ในถิ่นเกิด คว้าแชมป์ลีกดัตช์ 8 สมัย (ใน 2 ช่วงเวลา) ผลงานกับบาร์เซโลน่า ก็โดดเด่นไม่แพ้กันเมื่อได้แชมป์ลาลีกา สเปน ในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา และผลงานกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ซึ่งทีมกังหันสีส้ม ที่นำโดย ครัฟฟ์ ก็เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1974 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ

โยฮัน ครัฟฟฟ์
ครัฟฟฟ์ กับตำนานเสื้อหมายเลย 14

การทำงานนอกสนาม โยฮัน ครัฟฟ์ ต่อสู้เพื่อจุดยืนที่ตัวเองยึดมั่นในการทำงานหลังม่านของอาแจ็กซ์ มีส่วนช่วยวางรากฐานที่สำคัญให้สโมสรสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับช่วงที่เขาทำงานกับบาร์เซโลน่า ในบทบาทคุมทีมข้างสนามและกำหนดทิศทางนโยบายด้านกีฬาของสโมสรก็ส่งอิทธิพลสำคัญหลายด้าน ถ้าจะเล่าถึงอิทธิพลและคุณูปการของตำนานลูกหนังดัตช์ ย่อมต้องเริ่มต้นที่  รากฐาน ภูมิหลังของครัฟฟ์

โยฮัน ครัฟฟฟ์
โยฮัน ครัฟฟฟ์ ตำนานหมายเลข14

 ปัจจัยสำคัญที่หล่อหลอมครัฟฟ์ คืออิทธิพลจากสภาพแวดล้อมตั้งแต่วัยเด็กมากกว่าสิ่งอื่นใด ครัฟฟ์ เกิดเมื่อค.ศ. 1947 ในครอบครัวที่เปิดร้านขายผักผลไม้สดห่างจากสนามเดอ เมียร์ แค่ไม่กี่ร้อยเมตร พ่อของเขาแทบไม่เคยพลาดเกมของอาแจ็กซ์ ลุงของโยฮัน ครัฟฟ์ ก็เป็นนักฟุตบอลที่เล่นให้อาแจ็กซ์ ในยุค 50s แม้จะเล่นไม่กี่นัดก็ตาม

ย่านที่ครัฟฟ์ อาศัยถูกคนในพื้นที่เรียกว่า “ป่าคอนกรีต” เป็นโซนในโปรแกรมทดลองสร้างที่อยู่อาศัยด้วยต้นทุนต่ำหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 สภาพแวดล้อมของครัฟฟ์ เกิดมาในชนชั้นแรงงานแต่ถือว่าโชคดีที่คนรอบข้างมอบความรักให้

โยฮัน ครัฟฟฟ์
โยฮัน ครัฟฟฟ์ ตำนานนักเตะ

พ่อของครัฟฟ์ มีเพื่อนเป็นคนดูแลพื้นสนามของอาแจ็กซ์ ซึ่งเพื่อนของพ่อเป็นคนชวนครัฟฟ์ มาช่วยงานเล็กน้อยเมื่อมีโอกาส เพื่อนของพ่อ  ครัฟฟ์ ยังเป็นผู้ช่วยเหลือเขาหลังจากพ่อของครัฟฟ์ เสียชีวิตตอนที่ครัฟฟ์ อายุเพียง 12 ปี แข้งดัตช์ยกให้เพื่อนของพ่อรายนี้เป็น พ่อคนที่ 2 และยกให้เจนี ฟาน เดอร์ วีน โค้ชทีมเยาวชนเป็นพ่ออีกราย ตามมาด้วยไรนุส มิเชลส์ อีกหนึ่งโค้ชคนสำคัญของอาแจ็กซ์เป็นเสมือนพ่ออีกคนด้วย

ก่อนจะมีผู้สอนวิชา ครูและโค้ชคนแรกของ โยฮัน ครัฟฟ์ คือท้องถนนที่ช่วยให้เขาพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับนักฟุตบอลเพื่อเอาตัวรอดในการเล่นกับเพื่อน หนุ่มดัตช์ใช้ขอบถนนกะจังหวะเคาะบอล 1-2 ให้เพื่อนร่วมทีม ขอบถนนช่วยพัฒนาทักษะฟุตบอลให้ เมื่อบอลกระเด้งกับมุมหรือพื้นผิวที่แตกต่างกันจะกระดอนออกมาด้วยน้ำหนักและทิศทางที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ต้องปรับตัว เช่นเดียวกับทักษะการทรงตัว เมื่อต้องเล่นบอลบนพื้นคอนกรีต สิ่งที่ทุกคนไม่อยากเจอคือล้มกระแทกลงกับพื้น เขาเรียนรู้การจัดระเบียบร่างกายจากเรื่องแบบนี้

องค์ประกอบเหล่านี้คือคำตอบของคำถามที่คนมักสงสัยว่า ทำไมครัฟฟ์ถึงยิงประตูหรือผ่านบอลจากจุดที่ไม่มีใครคาดคิดได้ ประสบการณ์จากการเปลี่ยนจุดที่เสียเปรียบให้เป็นสิ่งที่มอบประโยชน์แทนคือเครื่องมือพัฒนาตัวเองที่สำคัญตามสภาพแวดล้อมที่ครัฟฟ์ เติบโตมา

โยฮัน ครัฟฟฟ์
โยฮัน ครัฟฟฟ์ ตำนานนักเตะ

ขณะที่ความผูกพันกับอาแจ็กซ์ แบบลงรากลึกสะท้อนผ่านการบอกเล่าความทรงจำเกี่ยวกับอาแจ็กซ์ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของครัฟฟ์ สิ่งที่เขาจำได้แม่นไม่ใช่ประตูแรกที่ยิงได้ กลับเป็นโอกาสลงสัมผัสสนามในบรรยากาศแบบเกมแข่งครั้งแรกตอนอายุประมาณ 8 ขวบ เด็กน้อยไม่ได้ลงไปเล่น แค่ไปเตรียมพื้นที่รอบประตูให้พร้อมสำหรับเกมเท่านั้น แค่นี้ก็เป็นความรับผิดชอบสำคัญในการเตรียมสนามนักฟุตบอลที่เขาติดตาม นี่คือความใส่ใจในรายละเอียดและความผูกพันแบบพิเศษกับสโมสร

ด้วยความรักและความผูกพันกับอาแจ็กซ์ ครัฟฟ์ อธิบายความสัมพันธ์ของเขากับสโมสรที่มีผลสำคัญต่อชีวิตว่า เขาเป็นคนของอาแจ็กซ์ ขณะที่บาร์เซโลน่า คือทีมที่เขามีโอกาสได้รักชอบพอกัน ทุกคนจึงเห็นว่าช่วง 10 ปีหลังจากที่แขวนสตั๊ด ครัฟฟ์ ใช้เวลาปฏิรูปทั้งสองสโมสรด้วยหัวใจแบบ “คนกีฬา” อย่างแท้จริง

ทีมดัตช์มีรากฐานที่มั่นคงจากบุคลากรยุคก่อนก็จริง ประกอบกับแนวคิดเรื่องสไตล์การเล่นที่เฉพาะตัวซึ่งวางรากฐานการเล่นในสนามไว้ตั้งแต่ระบบการยืนจนถึงรูปแบบการเล่นบอลจากผู้รักษาประตูไปยันกองหน้าเป็นมรดกที่ครัฟฟ์ วางไว้สืบมาจนถึงปัจจุบัน ไอเดียเริ่มเกมรุกตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตู และเกมรับเริ่มได้ตั้งแต่ตำแหน่งกองหน้าก็ได้อิทธิพลจากการผลักดันของครัฟฟ์ แต่โครงสร้างการบริหาร ความสัมพันธ์ระหว่างผู้อำนวยการสโมสร, รองประธานสโมสร และครัฟฟ์ กลับเป็นอุปสรรคในมุมมองของครัฟฟ์

ครัฟฟ์ ได้รับความสนใจจากบาร์ซ่า ในช่วงที่ทีมสเปนตกต่ำ ได้แชมป์ลาลีกาครั้งเดียวในรอบเกือบ 10 ปี เขาใช้เวลา 4 ปีปรับเปลี่ยนระบบการซ้อม การเล่น และแนวคิดเรื่องการลงทุนดึงนักเตะจนทีมคว้าแชมป์ยุโรปปี 1992 นอกจากนี้ยังวางรากฐานสไตล์การเล่น ระบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ในอคาเดมี เลอ มาเซีย และอีกมากมาย

โยฮัน ครัฟฟฟ์
โยฮัน ครัฟฟฟ์ ตำนานนักเตะ

ผลงานกับบาร์ซ่า เหมือนทำให้ครัฟฟ์ กลับมา น่าสนใจ อีกครั้งในมุมมองของอาแจ็กซ์ สโมสรพยายามดึงครัฟฟ์ กลับมาช่วยงานหลายครั้ง ดูเหมือนว่า ระบบบริหารแบบอาแจ็กซ์ ยังเป็นอุปสรรคพันแข้งพันขา และมักมีเรื่องที่ทำให้ครัฟฟ์ ไม่พอใจ อาทิ ช่วงหลังปี 1999 ที่อาแจ็กซ์ ตั้งครัฟฟ์ เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ผู้บริหารมาขอความเห็นเรื่องแต่งตั้งหลุยส์ ฟาน กัล เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ซึ่งครัฟฟ์ คัดค้าน  แต่กลับมารู้ทีหลังว่าก่อนที่ผู้บริหารจะขอความเห็น พวกเขาตัดสินใจเลือกฟาน กัล ไว้อยู่แล้ว ปัญหาที่พบในการบริหารคือมาจากคนระดับ หอคอย

ปัญหาในการบริหารของอาแจ็กซ์ สั่งสมเรื่อยมา แต่ด้วยความที่เป็นสายเลือดอาแจ็กซ์ ครัฟฟ์ ยังทำงานที่ปรึกษาให้สโมสรหลายครั้ง ปี 2008 ก็เป็นอีกหนที่ครัฟฟ์ รับปากช่วยงานปฏิรูปการฝึกสอนเยาวชน ช่วงนั้นอาแจ็กซ์ ดึงมาร์โก ฟาน บาสเทน กลับมาเป็นกุนซือ

โยฮัน ครัฟฟ์ กับเสื้อหมายเลข 14

ฟุตบอลในยุค 70s – 80s ผู้เล่นที่ลงสนามเป็น 11 คนแรกจะมีธรรมเนียมในการสวมเสื้อหมายเลข 1 – 11 ตามตำแหน่งของแต่ละคน จะมีน้อยกรณีมากที่ผู้เล่นจะใส่เสื้อนอกเหนือจากหมายเลขเหล่านี้ หากไม่ใช่ว่าลงสนามมาในฐานะตัวสำรอง โยฮัน ครัฟฟ์ เป็นหนึ่งในแข้งระดับตำนานที่มีภาพจำติดตาจากการใส่เสื้อหมายเลข 14 หากต่างจากนี้ ก็ไม่ใช่ครัฟฟ์

เรื่องมันเริ่มต้นในวันที่ 30 ตุลาคม 1970 ครัฟฟ์ลงสนามให้กับอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม เจอกับคู่ปรับอย่างพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น วันนั้นเพื่อนร่วมทีมของคอรฟฟ์อย่างเกอร์รี่ มูห์เรน หาเสื้อเบอร์ 7 ที่ตัวเองใส่ประจำไม่เจอ ถึงตรงนี้ต้องนึกภาพการจัดการฟุตบอลในยุคนั้นนะครับว่า ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเสื้อผ้าเข้ามาแล้ว แต่เสื้อแข่งสำหรับทีมนั้น ก็มีให้นักเตะฤดูกาลละ 1-2 ตัว เท่านั้น ไม่เหมือนยุคนี้ที่ผู้ผลิตชุดแข่งของแต่ละทีมจะสำรองเสื้อให้ฤดูกาลละ 5-10 ตัวทำให้การที่เสื้อแข่งของตัวนักเตะเองหายไป จะมีเสื้อสำรองมาทดแทนยากมากเหตุการณ์นั้นทำให้ครัฟฟ์ ที่ใช้เสื้อเบอร์ 9 อยู่ เอาเสื้อของตนให้มูห์เรนใส่ ทีนี้ครัฟฟ์ซึ่งต้องลงเป็นตัวจริงในเกมนั้น ก็ควานหาเสื้อตัวอื่นที่มีในห้องขณะนั้น และไปเจอเสื้อเบอร์ 14 เข้า ก็เลยเอามันมาสวมใส่แก้ขัดไปพลางๆ ก่อน

โยฮัน ครัฟฟฟ์
โยฮัน ครัฟฟฟ์ ตำนานหมาเลข 14

เกมวันนั้นอาแจ๊กซ์ชนะ 1-0 ซึ่งหลังจบเกม เกอร์รี่ มูห์เรน ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อฟุตบอลระดับประเทศ ว่า ครัฟฟ์มาบอกเขาให้เขาเอาเสื้อเบอร์ 9 ที่มูห์เรนได้มาจากครอฟฟ์ ใส่ลงแข่งในเกมต่อๆ ไป

นั่นจึงทำให้ครัฟฟ์ใส่เสื้อเบอร์ 14 แต่นั้นเรื่อยมา เบอร์ 14 กับ ครัฟฟ์ กลายเป็นของคู่กันอย่างแยกกันไม่ออก แม้กระทั่งกฎของทีมชาติ ก็ต้องยกเว้นให้ครอฟฟ์

เมื่อก่อน ทีมชาติที่ลงแข่งฟุตบอลโลกจะมีกฎระเบียบแปลกๆ คือ การกำหนดเบอร์เสื้อให้แต่ละผู้เล่น โดยเรียงจากตัวหนังสือของนามสกุล ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้รักษาประตูที่เรามักจะเข้าใจว่า จองเบอร์ 1 ไว้เป็นเอกสิทธิอยู่แล้ว

ปัจจุบัน เบอร์ 14 ได้ถูกยกเลิกโดยอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในปี 2007